ีรีวิว ไอรอนแมน 3 (Iron Man 3)
Iron Man 3 (2013) : หลังจาก Aldrich Killian แค้น Tony Stark มานับกว่าสิบปี ครั้งนี้เขากลับมาจัดหนักเลยทีเดียวกับบริษัททางชีววิทยาศาตร์ I.M. มีวิจัยโครงการ extremis ที่ผู้ทดลองสามารถใช้พลังเหนือมนุษย์ได้ และยังปลุกระดมกลุ่มผู้ก่อการร้ายอย่าง Ten rings และจ้าง Trevor Slattery มาสวมรอยเป็นแมนดาริน (ผู้นำสูงสุดของ Ten rings) อีกด้วย แต่สุดท้ายโทนี่ก็เรียกโปรเจกต์ Iron Legion มาช่วยสู้กับ Killian จนสำเร็จ
เรื่องราวของ โทนี่ สตาร์ค / ไอรอน แมน (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) อัจฉริยะนักอุตสาหกรรมสุดเกรียน ตกอยู่ภายใต้หลุมพรางของศัตรูผู้ไม่รู้จักขอบเขตของคำว่าโหดร้าย เมื่อ สตาร์ค พบว่าโลกส่วนตัวของเขา ได้ถูกทำลายลงด้วยเงื้อมมือของศัตรูเหล่านั้น เขาจึงออกตามล่าคนที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบพลิกแผ่นดิน ในทุกย่างก้าวของการเดินทางครั้งนี้ คือการทดสอบความเข้มแข็งของเขา เมื่อหลังชนฝา สตาร์ค เอาตัวรอดมาได้ โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเขาเอง สิ่งที่พึ่งพาได้ในตอนนี้ก็คือความเป็นนักประดิษฐ์และสัณชาติญาณ เพื่อจะปกป้องคนที่เขารัก เมื่อเขาลุกขึ้นสู้อีกครั้งสตาร์คจึงได้พบกับคำตอบของคำถาม ที่คอยหลอกหลอนเขามาโดยตลอดว่า คนสร้างชุดเกราะ หรือ ชุดเกราะสร้างคนกันแน่?
อย่างไรก็ตามพอเอาเข้าจริงแล้วประเด็นทางการเมืองทั้งหลายแหล่ตั้งแต่ภาคแรก กลุ่มเท็น ริงส์ ในอัฟกันนิสถานเอย หรือ ไอแวน แวนโก้ ในรัสเซียเอย จวบกระทั่ง แมนดาลิน ในปากีสถาน ทั้งหลายเหล่านี้เป็นตัวร้ายที่โยงเขากับการเมืองชัดเจนแต่เป็นเพียงตัวร้ายรองของตัวร้ายหลักอีกทีเท่านั้น หรือพูดให้ชัดก็คือ ประเด็นศัตรูทางการเมืองในเรื่อง Iron man เป็นเพียงน้ำจิ้มเลิศรสมิใช่ศัตรูที่จริงจังของ iron man แต่อย่างใด เป็นได้แต่คนนอก หรือความเป็นอื่นของอเมริกา ที่ถูกขับเน้นว่าเก่งไม่พอ อุปกรณ์ไม่พร้อมกระทั่งเป็นตัวตลกเลยด้วยซ้ำ
เพราะสุดท้ายสิ่งที่ Iron man ทั้ง 3 ภาคขับเน้น คือการแข่งขันกันภายในเพื่อความเป็นหนึ่งของประเทศ หรือความเป็นเลิศสุดแบบยอมความกันมิได้ โดยใช้ตัวละคร โทนี่ สตาร์ค เป็นศูนย์กลางแห่งความยิ่งใหญ่ที่ต้องถูกแย่งชิงแข่งขัน
👉👉 นอกจากนี้ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ
Comments
Post a Comment